ยุ้ย จีรนันน์ นำทัพนักแสดงทอดกฐิน จ.ร้อยเอ็ด···
นักแสดง ช่อง 7 สี กับ ช่องวัน ผนึกกำลัง ไปทอดกฐิน และแตะฟุตบอลดารา ที่จังหวัดร้อยเอ็ด วัดบ้านแคน

 


น้องยุ้ย จีรนันท์ มะโนแจ่ม ควงแขนหวานใจ ธันน์ ธนากร ไปร่วมงานบุญกฐินจังหวัดร้อยเอ็ด พร้อมนำทัพ ศิลปิน-นักแสดงคับคั่ง อ๊อฟ ชนะพล, ต้น พิทักษ์,อั๋น ชยพล,ไวท์ สยามรัฐ, พ็อตตี้, แจ็ค ไอเฟล,เอ็กซ์ ไฮแจ็ค,เจมี่ บูเฮอร์, ติ๊ก ฉัตรมงคล,ตั๊ก บีมิกซ์,เนส เดอะสตาร์,กวาง เดอะสตาร์,แพน สุรเกียรติ, วิน อรรครัฐ,ดิว พิภัชพงค์, บอส จักริน, แป๋ม ศศิกานต์,ศรีหลอด ศรีใส,ปองขวัญ ดอกกระโดน,เปิ้ล มีสแกรนด์นครนายก, บาส ปัณณพัฒน์และ ครูมิ้งค์ เพ็ญจันทร์  ผู้กำกับสายบุญ ไปร่วมงาน
แต่งานบุญดีๆนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้เลย หากขาดประธาน ศ.ดร.สุชาติ อุทัยวัฒน์ เจ้าสั้วใจดี ดูแลค่าเดินทาง ที่พัก อาหาร ทั้งหมด 30 กว่าชีวิตที่ทางทางมาร่วมบุญ มาฟังความรู้สึกของประธานการจัดงาน และน้องๆนักแสดงกัน
☆อ๊อฟ ชนะพล☆ : วัดบ้านแคน ผมมาเป็นปีที่2แล้ว ชาวอีสานที่นี่เขาน่ารักมาก ทุกครั้งที่เรามา เขาทำเหมือนเราเป็นลูกหลานเราเลย นอกจากทอดกฐิน   ยังมีกิจกรรมเตะฟุตบอล กระชับมิตรกับข้าราชการท้องถิ่น ถ้ามีเรื่องของรายได้เข้ามา เราก็เอาไปช่วยวัด โรงเรียน หรือช่วยทุนการศึกษาน้องๆในพื้นที่ ผมอยากจะมางานแบบนี้เรื่อยๆนะมาแล้วมีความสุข·
☆ไวท์ สยามรัฐ☆ : ปกติผมก็เตะบอลการกุศลอยู่แล้ว ที่จริงวันนี้ เป็นคิวถ่ายละครของผมนะ แต่พี่ต้นจองคิวผมไว้นานเป็นเดือนเลย ก็เลยขอกองละคร เพราะอยากมาทำบุญตอนนี้กำลังถ่ายเรื่อง“พลายพิฆาต” รับบทเป็นสุรัช เป็นคนเจ้าเล่ห์ แต่ถูกหลอกใช้อีกทีครับสนิทกับนางเอกแล้วก็หักหลังเพื่อองค์กรที่กำลังออนแอร์อยู่ตอนนี้เรื่อง “พ่อมดเจ้าเสน่ห์” ครับ สรุปน้องไวท์เป็นตัวโกงเจนเนอร์เรชั่นใหม่วิก7 สี ·
☆อั๋น ชยพล☆ : งานนี้เป็นงานที่พี่ต้นชวนมาครับ ซึ่งเราก็เตะบอลด้วยกันอยู่แล้ว มันเป็นงานบุญด้วยเราก็เลยอยากร่วมบุญด้วย เพราะว่าด้วยตัวอั๋นเอง อั๋นเป็นคนชอบทำบุญ เวลาไปพม่าก็ไปวัด เพราะอั๋นว่าการทำบุญมันเป็นอะไรที่ได้ผลกับตัวเราโดยตรงครับ โดยเฉพาะการทำบุญทำทานกับคนการ สวดมนต์และการบูชาสิ่งต่างๆที่บ้านจะสอนเรื่องแบบนี้อั๋นก็จะซึมซับ แล้วพอเราได้บวชแล้วสึกออกมาเนี่ย เราก็เข้าใจมากขึ้นอีก พอมีงานบุญงานการกุศลแบบนี้ ถ้าคิวงานเราได้และมันไม่เหลือบ่ากว่าแรงเราก็เต็มที่ครับ·
☆ประธาน ศ.ดร.สุชาติ  อุทัยวัฒน์☆: ผมมองว่าการที่เรา ทำกิจกรรมที่มีประโยชน์ต่อสังคมเป็นสิ่งจำเป็น เราควรที่จะรู้จักทั้งทำบุญและทำทาน ที่ผมเลือกวัดนี้ ผมทำบริษัทที่ผลิตเสาสื่อสารให้กับ ทรูมูฟ ดีแทค และเอไอเอส ผมชอบที่จะตามไปดูงานที่ติดตั้งไปมีคุณภาพเป็นอย่างไร พอผมมาตรวจงานที่ร้อยเอ็ดผมเห็นความเป็นอยู่วิถีชีวิตของชาวบ้าน ผมอยากให้พวกเขามีความสามัคคีในท้องถิ่น เราต้องหาอะไรที่เป็นศูนย์รวมจิตใจ ก็คือการกีฬา และงานบุญ
ผมจึงเริ่มต้นสนับสนุนการแข่งเรือยาว  จนเรื่อสุภาพร ชื่อเรือสาวสวยสุภาพร กลายเป็นเรือที่มีชื่อไม่เพียงแต่ในจังหวัดร้อยเอ็ด แต่ยังเป็นแชมป์ของภาคอีสาน จากนั้นมีพรรคพวกมาแนะนำว่า วัดแคนพัฒนา เป็นวัดที่กำลังเริ่มต้น โบสถ์ก็ยังไม่มี ผมจึงอยากช่วยเหลือให้เป็นวัดชุมชน สำคัญคือต้องมีโบสถ์ ผมจึงจัดทอดกฐินมา 4 ปีแล้ว ค่อยๆทำไปเรื่อยๆ ก็ได้ ต้น พิทักษ์ เขาเป็นพ่องาน เชิญเพื่อนๆนักแสดงมาร่วมงานบุญ ผมเองก็แค่สนับสนุนเล็กน้อยครับ ·นักแสดงที่มาเป็นประจำทุกปีหรือเรียกว่าเจ้าประจำ อีกท่าน คือ ธันน์ ธนากร พระเอกหนุ่มมาดเข้มคนนี้ ทำบุญเสมอๆโดยไม่หวังผล ไม่ว่าจะเตะฟุตบอลการกุศล แสดงหนังอิงธรรมะโดยไม่มีค่าใช่จ่าย
ธันน์ยังได้ประสานขอลูกฟุตบอลจาก  คิงพาวเวอร์ เพื่อเก็บไว้บริจาคตามงานต่างๆ  ที่ร้องขอมา ล่าสุดได้มอบให้ ครูมิ้งค์ เพ็ญจันทร์ วงศ์สมเพ็ชร  ผู้กำกับสายบุญ เป็นตัวแทนกลุ่มศิลปินจิตอาสา ไปมอบลูกฟุตบอลให้พระมหาสมปอง ที่จังหวัดสิงห์บุรี  งานนี้ นายสุทธา สายวาณิชย์ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี มารับด้วยตัวเองเลย

☆ถอดบทสัมภาษณ์งานกฐินร้อยเอ็ด☆

☆1.คุณใหญ่   ศ.ดร.สุชาติ  อุทัยวัฒน์ คือผมมองว่าการที่เราจะมีเวลาช่วยเหลือสังคมเนี่ย มันเป็นสิ่งสำคัญที่พวกเราจะต้องมองดู การทำกิจกรรมที่มีประโยชน์ต่อสังคมก็ยกตัวอย่าง เช่นการที่เราควรที่จะรู้จักทั้งทำบุญและทำทาน อย่างที่พวกเราต่างก็รู้ดีว่าวัฒฯธรรมของคนไทยเรา เราควรต้องยึดถือสิ่งเหล่านี้ด้วย
☆ถาม:ทำไมถึงเป็นร้อยเอ็ด และต้องเป็นวัดนี้ด้วย
ยุ้ย จีรนันน์ นำทัพนักแสดงทอดกฐิน จ.ร้อยเอ็ด···
นักแสดง ช่อง 7 สี กับ ช่องวัน ผนึกกำลัง ไปทอดกฐิน และแตะฟุตบอลดารา ที่จังหวัดร้อยเอ็ด วัดบ้านแคน หนึ่งเสริมสร้างสุขภาพให้กับพวกเขาเอง สองทำให้เขามีความพร้อมที่จะทำงาน และสิ่งที่ได้มาก็คือความรักความสามัคคี  แล้วก็มีเรื่องน่าปิติยินดีที่ว่าเมื่อผมสนับสนุนการพายเรือของเขาเนี่ย ปรากฏว่าเรือที่จังหวัดร้อยเอ็ดที่ผมสนับสนุน ชื่อเรือสาวสวยสุภาพร กลายเป็นเรือที่มีชื่อไม่เพียงแต่ในจังหวัดร้อยเอ็ด แต่ยังเป็นแชมป์ของภาคอีสาน และยังสามารถไปแข่งขันที่อำเภอท่าหลวง จังหวัดพิจิตรแล้ว ยังติด 1ใน3ของประเทศได้อีกด้วย อันนี้ก็สร้างชื่อเสียงให้จังหวัดร้อยเอ็ดเรื่อยมา และด้วยเหตุผลนี้ทำให้ผมมีความรู้สึกผูกพันกับจังหวัดร้อยเอ็ดในฐานะผู้สนับสนุน หลังจากนั้นเนี่ยฮะ ตัวผมเองสนใจในการเรียนคณะรัฐศาสตร์ สาขาวิชารัฐประศาสนศาตร์ ซึ่งท่านก็คงจะเข้าใจว่าสาขาที่ผมเรียนเนี่ยมีนโยบายเพื่อที่จะไปบริหารงานเกี่ยวกับองค์การสาธารณะ ก็หมายความว่าจะต้องมุ่งไปที่ประโยชน์ของสังคม ดังนั้นเมื่อผมผูกพันทางด้านนี้เนี่ยก้ได้มีนายตำรวจหนุ่ม ซึ่งเขามีความคิดเห็นว่าทางวัดในหมู่บ้านเขาเนี่ยซึ่งก็คือวัดแคนพัฒนาเนี่ย เป็นวัดที่กำลังเริ่มต้น คล้ายๆกับเป็นสำนักปฏิบัติธรรม ซึ่งในตอนนั้นโบสถ์ก็ยังไม่มี เหมือนวัดป่าเลย แล้วก็ปรากฏว่าวัดป่าวัดนี้เป็นวัดที่อยู่ใกล้กับชุมชน เพราะงั้นเราจะทำเป็นวัดป่าอย่งเดียวไม่ได้ ต้องทำยังไงให้เป็นวัดชุมชน และวัดชุมชนเนี่ยที่สำคัญคือต้องมีโบสถ์ เพราะการมีโบสถ์เนี่ยชุมชนก็สามารถใช้ประโยชน์ในการบวชลูกหลานได้ ด้วยเหตุผลนี้เอง ทางวัดและกรรมการวัดก็ดิ้นรนที่จะหาเงินซื้อที่ดินและพยายามจะสร้างโบสถ์ ทางคณะกรรมการวัดก็เลยมาบอกกล่าวให้ผมทราบว่ามีช่องทางไหนที่ให้ผมมาช่วยเป็นประธานกฐินในการสนับสนุนที่จะสร้างโบสถ์ให้ได้ และจากวันนั้นเป็นต้นมาเนี่ยปีนี้เป็นปีที่4แล้ว ที่ผมได้มีโอกาสมาสร้างโบสถ์ แต่ในขณะเดียวกันเนี่ย นอกเหนือจากการสร้างโบสถ์แล้วเนี่ย เราก็ยังมีนโยบายในเรื่องของการนำความสุขมาให้กับชาวบ้านในท้องถิ่นนั้นด้วย คือเราได้ดำริว่านอกเหนือจากที่เราจะอิ่มบุญแล้วนะ เราจะให้ความสุขกับชาวบ้านด้วย ด้วยการจัดการแข่งขันเตะฟุตบอลในลักษณะที่ว่าเป็นฟุตบอลการกุศลและกระชับมิตรในกลุ่มของผู้นำท้องถิ่น อย่างเช่นผู้นำท้องถิ่นในฝ่ายตุลาการ ฝ่ายปกครอง หรือแม้กระทั่งฝ่ายเอกชน อย่างเช่นแม็คโครเนี่ย ให้มีการเตะฟุตบอลกับทางทีมศิลปินดาราของเรา ซึ่งศิลปะนของเราก็มีทั้งจากช่อง7และช่องวัน รวมกันแล้วมากกว่า4ชีวิต ซึ่งเราก็ยึดถือและทำติดต่อกันมา ซึ่งเราคิดว่าคงจะทำไปเรื่อยๆ หลายท่านอาจจะมอง ว่าการสร้างวัดเขาอยากจะเห็นผลว่าเขาอยากจะสร้างทีเดียว ตูมให้เสร็จเลยซึ่งเราก็คิดอยู่เสมอว่าการสร้างเนี่ยนะครับ ดังเช่นกรุงโรมเนี่ยมันไม่สามารถสร้างให้เสร็จภายในวันเดียวได้ นโยบายของเราก็คือใช้กุศโบายว่าเราต้องให้ความสำคัญกับชาวบ้าน ดังนั้นเราจึงเห็นว่าวิธีที่ดีที่สุดเราต้องสร้างความร่วมมือระหว่างชาวบ้านกับผู้ที่มาสนับสนุน จะได้ทำให้ชาวบ้านเขามีความรู้สึกว่าโบสถ์นี้เกิดขึ้นมาจากน้ำพักน้ำแรงเขาด้วย ดังนั้นผู้ที่จะมีส่วนทำนุบำรุงในอนาคตต่อไปนั้นก็คือชาวบ้านนั่นเอง ดังนั้นสิ่งที่เราทำขึ้นมาเนี่ยก็จะเป็นเสมือนหนึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้ชาวบ้านมีความภาคภูมิใจ และเขาจะรักและจะช่วยกันทำนุบำรุง นี่เป็นนโบายของเราที่วางไว้  ☆สัมภาษณ์ อ๊อฟ ชนะพล☆
วันนี้มาทอดกฐินครับ ที่วัดบ้านแคน ปีนี้เป็นปีที่2แล้วครับ ชาวอีสานที่นี่เขาน่ารักมาก เขาทำเหมือนเราเป็นลูกหลานเราเลย เวลามาทุกครั้ง นอกเหนือจากการทอดกฐิน แล้วเรายังมีกิจกรรมดีๆ นั่นก็คือเตะฟุตบอลกัน ให้ชาวบ้านได้มาร่วมสนุกกัน ได้มาเชียร์ดารา แล้วก็เหล่าผู้ใหญ่ vipกันนะครับ เป็นการเชื่อมสัมพันธไมตรีอันดีระหว่างดารากับผู้หลักผู้ใหญ่ในพื้นที่ ก็อยากจะมาเรื่อยๆนะครับ เพราะมาแล้วสนุกแล้วก็มีความสุขครับ อยากมาอยู่มาเที่ยวเหมือนบ้านเราเลย
☆ถาม : เห็นอ๊อฟชอบเตะฟุตบอลการกุศลแล้วก็ชอบทำบุญบ่อยๆ
☆ตอบ : คือผมเป็นนักฟุตบอลอยู่แล้วครับ เตะบอลตั้งแต่เด็กๆ ก็เราอยากเอาความชอบของเรามามอบให้กับคนอื่นด้วย เราเป็นนักแสดงคนอื่นรู้จักอยู่แล้ว เขาอาจจะชอบเรา ดูเราในบทบาทนักแสดง แต่พอเขาเห็นเราเตะบอลเขาอาจจะอยากมาเชียร์มาดูเราเตะบอล นอกจากเราเตะบอลเพื่อให้ทุกคนได้ร่วมสนุกด้วยกันแล้วยังเป็นฟุตบอลการกุศล ถ้ามีเรื่องของรายได้เข้ามาเราก็เอาไปช่วยวัด โรงเรียน หรือช่วยทุนการศึกษาน้องๆ
☆ถาม : ในเรื่องสายโลหิต อ๊อฟต้องพลิกคาแร็คเตอร์มาเล่นบทร้าย
☆ตอบ : ต้องบอกว่าบทนี้มันเหมือนจังหวะแบบบังเอิญมาก เพราะว่าบทหมื่นทิพย์นี่ทางพี่หลุยส์ คุณสยามเขาแคสติ้งมาเยอะมาก วันที่ทางผู้ใหญ่ทางช่องโทรมาบอกว่าอ๊อฟ ช่วยเล่นบทนี้ให้หน่อย เพราะเป็นละครฟอร์มยักษ์ของทางช่องในปีหน้า แล้วก็ทางพี่หลุยส์กโทรมาบอกว่า “อ๊อฟเล่นให้หน่อยเว้ย ตัวนี้ต้องเป็นมึง กูดูแล้วว่าบทนี้ต้องเป็นมึงเท่านั้น อยากจะเอาพระเอกมาชนกัน กับ พอร์ช ศรัณย์ “ประมาณนี้ครับ เพราะมันจะได้มีสีสันมากขึ้น เราก็คิดอีกว่าโอ้โห กังวลเลยว่าบทนี้เราเคยดูในเวอร์ชั่นของพี่จืด สารวัตร แล้วแบบกังวลจะทำออกมาไม่ดี เราก็ยังไม่กล้ารับปากพี่หลุยส์แล้วก็ผู้ใหญ่ทางช่อง โดยเราขอเก็บไปคิดนิดนึง ก็เก็บไปคิด เรามันมีจุดของชีวิตก็คือว่า บทนี้มันเป็นบทที่ดีมาก ทางผู้ใหญ่เขาไว้ใจเราเนี่ย มันก็เป็นอะไรที่น่าภูมิใจอยู่แล้ว ก็เลยโทรกลับไป บอกว่าผมรับเล่น แล้วก็พยายามเล่นให้ดีที่สุด ตอนแรกก็กังวลว่าผมจะเล่นไม่ได้ แต่พอผ่านไปคิวแรก พอเราเริ่มเข้าใจตัวละคร พอคิวที่2 ที่3  แล้วเนี่ย ทีมงานเริ่มเกลียดผมละ  แล้วก็พอละครออนแอร์ออกไป เรารู้สึกว่ามันคุ้มค่ากับการที่เราทุ่มเท ตลอด1ปีกับ 8-9เดือน กระแสละครออกมามีแต่คนด่าหมื่นทิพย์ ก็ถือว่าเราประสบความสำเร็จมาก
☆ถาม : ตอนละครออนแอร์ มีแต่คนจะรอดูหมื่นทิพย์ รู้สึกเป็นไงบ้างที่คนรอดูแต่ตัวร้าย
☆ตอบ : ที่จริงผลตอบรับเป็นยังไง ผมไม่สามารถรู้ได้เลย ตอนเราถ่ายแล้วก็ปิดกล้องไปคือเราได้แต่ลุ้นเลย แต่พอทีเซอร์ละครออกมาวันแรกเนี่ย ทุกคนในโซเชียล ในพันทิพย์นี่ด่าผมเยอะมาก เรารู้สึกดีใจแล้ว รู้สึกหายเหนื่อยแล้ว พอละครออนแอร์ไปเรื่อยๆ  มันรู้สึกแบบที่ทำไปทั้งหมดมันภูมิใจกับตัวเราเอง เพราะกว่าเราจะเล่นออกมาขนาดนี้ ต้องใช้เวลาในการถ่ายทำ ให้ความประณีต ใช้เวลาในการตัดต่อ ทุกอย่างมันต้องใช้เวลาหมด ก็ดีใจครับ ทุกคนด่า5 บรรทัด 10 บรรทัดด่าตัวหมื่นทิพย์ แต่ชมอ๊อฟแค่ประโยคเดียว อ๊อฟเล่นดีมากเราภูมิใจ แล้วก็ผมรู้สึกว่าหมื่นทิพย์ในเวอร์ชั่นนี้เนี่ยมันน่าภูมิใจอย่างนึงคือปีนี้มันมีการแต่งกลอนด่าด้วย คราวนี้มันมีการประกวดกลอนด้วย เราก็รู้สึก เฮ้ย มันขนาดนี้เลยเหรอ เขาแต่งกลอนด่าเก่งมาก แต่งกลอนด่าหมื่นทิพย์ แบบประมาณ 20-30  กลอนเลย เป็นความน่าดีใจของเรา
☆ถาม : ผลงานเรื่องต่อไปมีอะไรบ้าง
☆ตอบ: ก็หลังจากเราเจอพีเรียดไปพอสมควรแล้วก็กลับมาบู๊เหมือนเดิมครับ มีอินทรีแดงครับ กำลังถ่ายทำอยู่ แล้วก็มี พรายพิฆาต ก็น่าจะได้ดูเร็วๆนี้แหละครับ ละครทั้ง2เรื่องก็เป็นละครฟอร์มยักษ์ของช่องเหมือนกัน แล้วก็ใช้เวลาถ่ายทำนานเหมือนกัน ก็พยายามทำให้ดีที่สุดครับ อยากให้ทุกคนได้ดูหลายๆแนว หลายๆคาแร็คเตอร์ที่เราได้สื่อออกไป ให้คนดูได้ดูได้เห็นเยอะที่สุด
☆ถาม :อ๊อฟคิดยังไงบ้างที่มีคนบอกว่าอ๊อฟเป็นดาราเจ้าบทบาท
☆ตอบ : คือจริงๆต้องบอกว่าผมไม่ใช่ดาราครับ ผมเป็นนักแสดง และความเป็นนักแสดงของผมเนี่ย ผมต้องเล่นให้ได้ทุกบาบาท ผมไม่จำเป็นต้องเป็นพระเอกก็ได้ ผมไม่จำเป็นต้องเล่นเป็นตัวร้ายก็ได้ ผมเล่นได้หมด วันนึงอาจเห็นบทบ้าผมก็ได้ ใช่มั้ยครับ ใครจะไปรู้ ใช่มั้ยครับ คือหน้าที่ของผมต้องตีบทให้แตกให้ได้ หน้าที่ของผมคือต้องเล่นให้ดีที่สุด หน้าที่ผมคือต้องทำสิ่งที่ได้รับมอบหมายมาแล้วให้ดีที่สุด ไม่ว่าจะเป็นบทไหนผมคิดว่าทำให้เต็มที่ที่สุด แล้วก็ให้ดีที่สุด เข้าถึงบทบาทนั้นก็โอเคครับ คือต้องขอบคุณคำว่าเจ้าบทบาท เพราะมันคือกำลังใจของผม เพราะเราตั้งใจทำเต็มที่ทุกบทบาทอยู่แล้ว และเราก็เต็มที่เราทำการบ้าน เราเข้าใจกับบทละคร บางทีการตีโจทย์ของผมอาจจะไม่เหมือนผู้กำกับ แต่ว่าเราก็แชร์กันได้  มันก็เลยเป็นตรงกลางระหว่างกันครับ
☆ถาม :พูดถึงธุรกิจหน่อย
☆ตอบ :ตอนนี้ทำร้านไก่ทอดเดชาครับ มี2 สาขา สาขาแรกอยู่ตรงถนนเกษตรนวมินทร์ครับ ตรงข้ามโรงเรียนเลิศหล้า ตอม่อ239 แล้วก็อีกสาขาอยู่ตรงรามคำแหง65ซอยมหาดไทยครับ แล้วก็มีพวกครีม พวกเซรั่มอะไรประมาณนี้ครับ ก็เป็นธุรกิจเล็กๆ เวลาว่างก็มาดูและครับ ยังไงถ้าอยากเจออ๊ออฟก็ไปเจอกันที่ร้านนะครับ ยังไงถ้ามาที่ร้านต้องเจออ๊อฟแน่นอนครับ
☆สัมภาษณ์ เจมี่ บูเฮอร์☆
อาจจะดูร้ายๆดูเปรี้ยวๆ แต่จริงๆแล้วเรื่องของการทำบุญเนี่ย มันเป็นสิ่งที่อยู่คู่กับคนไทย มันเป็นวัฒฯธรรมเลย เจมี่ว่านอกจากเจมี่แล้วดาราอีกหลายๆคนก็ชอบทำบุญกันทั้งนั้น เจมี่ก็เป็นคนธรรมะพอสมควร ปกติก็จะไปกับเพื่อนๆดาราบ้าง เพื่อนๆคนอื่นบ้าง แต่มันเป็นเรื่องส่วนตัวของเรา ก้เลยอาจจะไม่ทำข่าว ไม่ค่อยได้บอกใครมากนัก
☆ถาม : ช่วงนี้มีผลงานอะไรบ้าง
☆ตอบ : ก็มีล่าสุดนะคะเรื่อง เพลิงรักไฟมาร ทางช่อง8ค่ะ แล้วก็เดี๋ยวจะมีกับพี่ต้น นี่แหละค่ะ ในเรื่องเพลิงรักไฟมาร เจมี่ไปรับเชิญ เขาเรทติ้งดีใช่มั้ย ที่จริงเจมี่ทำธุรกิจ ก็เลยไม่ค่อยรับเล่นละคร เพราะการเล่นละครมันต้องทุ่มเท มันเป็นงานที่ทำให้คนดูทำเพื่อประชาชน เพราะงั้นมันใช้เวลา ใช้ความทุ่มเทเยอะ แล้วเราทำธุรกิจด้วย ทำอย่างอื่นด้วย เรากลัวเราจะให้ได้ไม่เต็มร้อย แล้วเราก็เกรงใจผู้จัดด้วย อย่างพี่ต้นนี่เจมี่ก็พูดตรงๆเลยว่า พี่ต้นถ้าเราเป็นเพื่อนอย่าให้เจมี่เล่นเลย เรากลัวพี่เสียความรู้สึก แต่พี่ต้นก็บอกว่าให้เจมี่เล่นเลย เล่นๆๆๆๆๆอะไรงี้ค่ะ
☆ถาม : โปรโมทธุรกิจหน่อย
☆ตอบ : ก็ทำเกี่ยวกับความสวยความงามนี่แหละค่ะ ทำมาตั้งแต่ปี2552ประมาณ9ปีละ เราก็ผ่านทุกช่วงมาเลยนะ ทั้งน้ำท่วม ของเสียหาย เราผ่านมาทุกช่วงของวิกฤติทางธุรกิจแล้ว เราก็มีประสบการณืมากขึ้น ช่วงปี60นี่ก็เลยกลับขึ้นมาทำใหม่ ตอนนี้ก็เลยกลับมาทำได้ปีกว่าๆแล้ว ตอนนี้มี89 ทิสซี่เจ แล้วก็เดี๋ยวจะมีวิคตอเรีย อีกแบรด์นด้วย ส่นใหญ่ก็เป็นครีม ตามแบบที่เราชอบใช้นั่นแหละ แล้วก็มีแป้ง เม้คอัพ ที่เราใช้กันนี่แหละค่ะ เจมี่จะเป็นสายแฟชั่นนิดนึง พูดตรงๆเจมี่ทำเยอะ ทำเยอะมาก แล้วก็เราไม่ห่างจากการบำรุงเลย ไม่ได้แอ็บเพื่อจะขายผลิตภัณฑ์นะคะ เพราะเรารู้ว่ามันจำเป็น สำหรับคนวัยเราผู้หญิงน่ะคะ ไม่มีใครหรอกไม่อยากสวย ตอนเด็กๆเวลาถ่ายละครนี่เจมี่ไม่ทากันแดดเลยนะคะ ถ่ายกลางแดดนี่เจมี่ไม่ทาเลย แล้วเราเป็นลูกครึ่ง หน้าเราก็จะแบบมากกว่าคนไทย เราก็เลยรู้ว่ามันจำเป็น
☆สัมภาษณ์ อั๋น ชยพล☆
งานนี้เป็นงานที่พี่ต้นชวนมาครับ ซึ่งเราก็เตะบอลด้วยกันอยู่แล้ว แล้วพี่ต้นก็ล็อคคิวนานมาก แล้วมันเป็นงานบุญด้วยเราก็เลยอยากร่วมบุญด้วย เพราะว่าด้วยตัวอั๋นเอง อั๋นเป็นคนชอบทำบุญ เวลาไปพม่า ก็ไปวัดอะไรงี้ครับ เพราะอั๋นว่าการทำบุญมันเป็นอะไรที่ได้ผลกลับมาเร็ว แล้วก็ได้ผลกับตัวเราโดยตรงครับ โดยเฉพาะการทำบุญทำทานกับคนอะไรงี้ครับ คือคนจะชอบคิดว่าอั๋นเป็นคนขี้เล่น แล้วชอบทำบุญด้วยเหรอ คือความจริงแล้วอั๋นเป็นคนเชื่อเรื่องพวกนี้มาก อย่างการดูดวง การทำพิธี การสวดมนต์อะไรงี้ครับ การบูชาสิ่งต่างๆ ที่บ้านอั๋นจะสอนพวกนี้มาพอสมควร แล้วอั๋นก็จะซึมซับไปเรื่ออยๆครับ แล้วพอเราได้บวชแล้วสึกออกมาเนี่ย เราก็เข้าใจแล้วก็ซึมซับเข้าไปอีกครับ แล้วพอมีงานบุญงานการกุศลแบบนี้ ถ้าคิวงานเราได้และมันไม่เหลือบ่ากว่าแรงเราก็เต็มที่ครับ
☆ถาม ; พูดถึงเรื่องละครหน่อย
☆ตอบ  : ก้ที่เพิ่งจบไปมามีเรื่อง ถินบุรี หงส์เหนือมังกร แล้วก็ที่ถ่ายอยู่ตอนนี้มี3เรื่อง มีนางร้าย  4ไม้คาน แล้วก็ 1ธันวานี้ครับ เรื่องกองพันรักลั่นฟ้า ครับผมทางช่อง7
☆ถาม : ทำงานเยอะขนาดนี้มีเวลาพักผ่อน ดูแลตัวเองยังไงบ้าง
☆ตอบ : มันก็จะมีช่วงงานเยอะ ช่วงพักผ่อนก็มีครับ แล้วก็มันมีช่วงที่อั๋นไปบวช ก็ประมาณเกือบๆ2เดือน เราก็ได้พักผ่อนเต็มที่ แล้วพอสึกออกมาก็ต้องรอให้ผมยาวอีกถึงจะทำงานได้ ช่วงนั้นอั๋นก็ไปทำธุรกิจร่วมกับพี่อ๊อฟ แล้วก็เพิ่งจะเรียนจบปริญญาโทด้วยครับ ช่วงเรียนอั๋นก็ขอวันเสาร์ -อาทิตย์ไว้เลย ส่วนละครอั๋นให้จันทร์ -ศุกร์ ซึ่งอั๋นว่าคนเราถ้าอยากจะทำอะไรแค่เราจัดการเรื่องเวลาดีๆเราก็ทำได้หมดแหละครับ
☆ถาม : ฝากอะไรกับท่านผู้ชมหน่อย
☆ตอบ : ก็ฝากติดตามละครด้วยครับ แล้วก็ธุรกิจที่อั๋นร่วมกับพี่อ๊อฟ คือร้านไก่ทอดเดชา ครับอยู่ตรงรามคำแหง65
☆สัมภาษณ์ ไวท์ สยามรัฐ☆
พอดีพี่ต้นชวนมาครับ แล้วก็ปกติก็เตะบอลการกุศลด้วยกันอยู่แล้ว ที่จริงวันนี้เป็นคิวถ่ายละครของผมนะครับ แต่พี่ต้นจองคิวผมไว้นานแล้วครับ เป็นเดือนเลย ก็เลยขอกองละครไว้ ตอนนี้ก็กำลังถ่ายเรื่องพลายพิฆาตครับ รับบทเป็นสุรัช คาแร็คเตอร์ก็เป็นคนเจ้าเล่ห์ แต่ถูกหลอกใช้อีกทีครับ สนิทกับนางเอก แล้วเดี๋ยวก็หักหลังเขาเพื่อองค์กรของเราประมาณนี้ครับ สรุปน้องไวท์เป็นตัวโกงเจนเนอร์เรชั่นใหม่จากทางช่อง7 เนาะ อันนี้ไม่รู้นะครับ 555555 ส่วนละครที่กำลังออนแอร์อยู่ตอนนี้ก็เรืองพ่อมดเจ้าเสน่ห์ครับ รับบทเป็นปราการ เป็นหุ้นส่วนของโรงพยาบาล เป็นลูกของพี่ตฤณ หลงรักนางเอก แล้วก็ชอบโดนพวกพ่อมดแกล้งอยู่บ่อยๆ แล้วก็เป็นคนเจ้าชู้ครับ
☆ถาม : ตรงกับตัวเองมั้ย
☆ตอบ: อันนี้ก็นิดๆครับ
☆ถาม : ผู้หญิงในสเป็กเป็นแบบไหน
☆ตอบ : ผมเป็นคนไม่มีสเป็กครับ แต่ผมจะชอบผู้หญิงที่คุยกันง่ายๆ เข้าใจ และเข้ากับเราได้ เพราะเราเป็นคนง่ายๆครับ ก็เลยชอบผู้หญิงที่เหมือนเราครับ ขอไม่เรื่องเยอะครับ ไม่ต้องสวยมากก็ได้ครับ เป็นคนดีก็พอแล้วครับ
☆ถาม : ปกติไปร่วมงานบุญ งานการกุศลบ่อยมั้ย
☆ตอบ :  คือก็ไปบ่อยนะครับ นอกจากหนุมานแล้วอีกทีมที่ผมเตะประจำก็คือทีมศรัทธา ของพี่ไผ่ พงศธร แล้วก็พระมหาสมปอง เดือนๆนึงผมจะเตะบอลการกุศลบ่อยมากครับ ไปเตะเพื่อช่วยการกุศล
☆ถาม : พื้นฐานเป็นคนชอบเล่นกีฬา
☆ตอบ : ก่อนเข้าวงการผมเป็นนักฟุตบอลมาก่อนครับ ไต่
มาตั้งแต่เยาวชนจังหวัด แล้วก็เป็นเยวชนทีมชาติ แล้วก็เล่นฟุตบอลสโมสรครับ แล้วก็หยุดไป จนมีโอกาสเข้าวงการบันเทิงนี่แหละครับ ถ้าไม่เข้าวงการก็เป็นนักฟุตบอลอาชีพไปแล้วครับ
☆ถาม : เข้ามาทำงานในวงการบันเทิงแล้ว ได้ดั่งใจเราหวังมั้ย
☆ตอบ : จริงๆไม่ได้คาดหวังอะไรมากนะครับ คือเราได้มีโอกาสเข้ามาก็ดีก็ภูมิใจแล้ว แต่ลึกๆก็หวังนะครับว่าสักครั้งอยากจะเป็นพระเอก อยากเป็นพระเอกสักครั้งในชีวิต ก็หวังไปอย่างนั้นแหละครับ
☆ถาม : ในฐานะเราเป็นเยาวชนที่ดี มีอะไรฝากถึงเยาวชนมั้ย
☆ตอบ : คือทุกคนมีความฝันครับ ก็อยากให้มุ่งเป้าไปให้ถึงจุดนั้น อย่าไปนอกลู่นอกทาง คือมีโอกาสได้ทำอะไรแล้วทำให้เต็มที่ แล้วมันจะดีเองครับ
☆ถาม : ฝากละครกับผู้ชมหน่อย
☆ตอบ : ก็ฝากละครนางร้ายด้วยนะครับ มีนางร้ายแล้วก็พลายพิฆาตทางช่อง7 สีครับ